รู้ทันโรคเห็บในแมว 6 ชนิด พร้อมคำแนะนำจากสัตวแพทย์
โรคที่มาจากเห็บในแมวคืออะไร?
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคไลม์ (Lyme Disease) และบางคนอาจเคยประสบกับโรคนี้ด้วยตัวเอง แต่คุณทราบไหมว่าโรคไลม์สามารถเกิดขึ้นกับแมวได้เช่นกัน? โรคไลม์และโรคอื่นๆ อีกมากมายเกิดจากการถูกเห็บกัด ซึ่งเรียกรวมกันว่าโรคที่มาจากเห็บ
เห็บสามารถพบได้ทั่วไปในสหรัฐอเมริกา และการถูกกัดของเห็บอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง ภาวะโลหิตจาง และอัมพาตจากเห็บ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของแมวได้
โรคที่เกิดจากเห็บในแมวที่พบได้บ่อยที่สุด
โรคที่มาจากเห็บในแมวที่พบบ่อยที่สุดมีอยู่ 6 ชนิดด้วยกัน ได้แก่:
- โรคไลม์: เกิดจากแบคทีเรียชนิด Borrelia burgdorferi ซึ่งแพร่กระจายผ่านการถูกเห็บดำ (เห็บกวาง) กัด พบได้บ่อยในภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา และยังสามารถพบได้ในพื้นที่ทางตะวันตก เช่น รัฐเท็กซัสและเซาท์ดาโคต้า
- โรคฮีปาโตโซโอโนซิส: เกิดจากโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่แพร่ผ่านการถูกเห็บกัด โรคนี้พบได้น้อยในแมว
- ทูลาเรเมีย: เกิดจากแบคทีเรียชนิด Francisella tularensis ซึ่งแพร่กระจายโดยเห็บอเมริกันด็อกและเห็บโลนสตาร์ พบได้ทั่วไปทั่วสหรัฐอเมริกา ยกเว้นบริเวณเทือกเขาร็อกกี้และทางตะวันตกเฉียงใต้ โรคนี้เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน จึงควรรายงานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบหากพบการติดเชื้อ
- โรคบาบีสิโอซิส (Piroplasmosis): เกิดจากโปรโตซัวชนิด Babesia felis ซึ่งแพร่ผ่านการถูกเห็บกัด โรคนี้ยังไม่พบรายงานในสหรัฐอเมริกา แต่พบได้บ่อยในแถบแอฟริกาใต้
- โรคไซเทอกซ์โซโอโนซิส: เกิดจากโปรโตซัวชนิด Cytauxzoon felis ซึ่งแพร่ผ่านการถูกเห็บโลนสตาร์กัด พบได้บ่อยในภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา และสามารถพบได้ไกลขึ้นถึงทางตอนเหนือ เช่น รัฐวิสคอนซินและเมน
- โรคอะแนพลาสโมซิส: เกิดจากเชื้อริเกตเซียชนิด Anaplasma phagocytophilum ซึ่งแพร่ผ่านการถูกเห็บดำ (เห็บกวาง) และเห็บสุนัขสีน้ำตาลกัด พบได้บ่อยในภาคตะวันออกและภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงพื้นที่ทางตะวันตก เช่น รัฐเท็กซัสและเซาท์ดาโคต้า
อาการของโรคที่มาจากเห็บในแมว
โรคที่เกิดจากเห็บมักจะแสดงอาการภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากถูกเห็บกัด แมวของคุณอาจมีอาการต่างๆ เช่น:
- มีไข้
- เบื่ออาหาร
- ปวดและบวมตามข้อ ขาอ่อนแรง หรือเดินลำบาก
- น้ำหนักลดลง
- อ่อนเพลีย
- โลหิตจางจากการเสียเลือด และมีรอยช้ำตามมา โดยอาจสังเกตเห็นได้จากเหงือกซีด อุจจาระมีเลือด หรือจมูกมีเลือด
- ตัวเหลือง เช่น ผิวหนัง ตา หรือเหงือกมีสีเหลือง
- ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บ และบวม
- บริเวณที่เห็บกัดมีอาการระคายเคือง แดง หรือคัน
- เสียงร้องเปลี่ยนไป
- กลืนลำบาก
- อ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง โดยอาการมักเริ่มจากขาหลังแล้วลามไปขาหน้าและอาจถึงกระบังลม ซึ่งเรียกว่าอัมพาตจากเห็บ
สาเหตุของโรคที่มาจากเห็บในแมว
แม้จะมีเห็บหลายชนิด แต่มีเพียงไม่กี่ชนิดที่ก่อให้เกิดโรครุนแรงในแมว ซึ่งได้แก่:
- เห็บสุนัขสีน้ำตาล
- เห็บดำ (เห็บกวาง)
- เห็บอเมริกันด็อก
- เห็บโลนสตาร์
การวินิจฉัยโรคที่มาจากเห็บในแมวโดยสัตวแพทย์
สัตวแพทย์จะตรวจร่างกายแมวของคุณอย่างละเอียด พร้อมสอบถามเกี่ยวกับชนิดและความถี่ของยาป้องกันเห็บที่ใช้ อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติมดังนี้:
- ตรวจเลือด (นับจำนวนเซลล์เม็ดเลือดทั้งหมด), ตรวจปัสสาวะ และเอกซเรย์ เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมของแมวและแยกโรคอื่นๆ
- การตรวจอัตราส่วนโปรตีนต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ เพื่อตรวจหาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับไต
- การตรวจเซลล์และวิเคราะห์เนื้อเยื่อจากอวัยวะที่ติดเชื้อ หรือของเหลวในข้อที่อักเสบ
- ทดสอบ PCR หรือตรวจหาภูมิต้านทานเพื่อค้นหาดีเอ็นเอของเชื้อ
- วิเคราะห์เห็บที่ดึงออกมาได้จากแมว โดยเก็บในภาชนะเพื่อส่งตรวจกับสัตวแพทย์โดยตรง
การรักษาโรคที่มาจากเห็บในแมว
การรักษาโรคที่มาจากเห็บในแมวมักใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น โดไซไซคลิน เป็นระยะเวลาประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ อาจต้องได้รับการดูแลแบบประคับประคอง เช่น ยาแก้ปวด การให้เลือดทดแทน ยาต้านการอักเสบ น้ำเกลือทางหลอดเลือด และยาช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่รับรองสำหรับใช้ในแมวเพื่อป้องกันโรคเหล่านี้
การฟักฟื้นและการดูแลหลังโรคที่มาจากเห็บในแมว
การพักฟื้นและการดูแลหลังโรคที่มาจากเห็บในแมวขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความรุนแรงของอาการ สำหรับแมวที่เป็นอัมพาตจากเห็บ การฟื้นตัวยังไม่แน่นอน เพราะอาจเกิดปัญหาในการกลืนและหายใจ
โรคบางชนิด เช่น ทูลาเรเมีย และไซเทอกซ์โซโอโนซิส แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ แมวที่รอดจากการรักษาส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่บางตัวอาจกลายเป็นพาหะของโรค และจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไตจากไลม์ (Lyme nephritis)
การป้องกันโรคที่มาจากเห็บในแมว
การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดเมื่อต้องรับมือกับเห็บ สำหรับแมวมีตัวเลือกในการป้องกันอย่างเช่น การอาบน้ำด้วยยากำจัดเห็บ, สเปรย์, ยาทาภายนอก, เม็ดยา, หรือปลอกคอ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมและได้ผลดีที่สุดสำหรับคุณและแมวของคุณ จำไว้ว่าการป้องกันไม่ได้ช่วยแค่แมวเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องคุณและสมาชิกในครอบครัวด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคที่มาจากเห็บในแมว
แมวสามารถติดโรคอะไรจากเห็บได้บ้าง?
เห็บสามารถส่งผ่านโรคหลายชนิดให้แมวได้ เช่น โรคไซเทอกซ์โซโอโนซิส โรคทูลาเรเมีย โรคไลม์ และโรคอะแนพลาสโมซิส เป็นต้น
เห็บสามารถทำให้แมวป่วยได้ไหม?
ได้แน่นอน นอกจากโรคต่างๆ ที่เห็บสามารถแพร่เชื้อได้แล้ว เห็บยังสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง การติดเชื้อซ้ำ โลหิตจางจากการเสียเลือด และภาวะร้ายแรงที่เรียกว่าอัมพาตจากเห็บ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ด้วย
เห็บทำให้แมวมีอาการอะไรบ้าง?
อาการที่พบได้บ่อยจากการถูกเห็บกัด ได้แก่ บริเวณที่ถูกกัดมีรอยแดงและคัน นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดโรคที่มีอาการขาอ่อนแรง ปวดข้อ มีไข้ และเบื่ออาหารได้ด้วย
อ้างอิง :
https://www.petmd.com/cat/conditions/infectious-parasitic/6-types-tick-borne-disease-cats
